HaZe's profileHaZePhotosBlogLists Tools Help

Bobo ,HaZe, Vivace

No list items have been added yet.
Hide  
Photo 1 of 4
October 05

B.S.S. 4

" เจ้าเป็นใคร ?? ........ทำไมจึงรู้ชื่อของข้าได้ ?? "
 
" คุณทำพาสปอร์ทหล่นไว้แหน่ะค่ะ เลยรู้ชื่อคุณ เพิ่งเดินทางมาจาก L.A. เหรอคะ ?? "
  HaZe ทำพาสปอร์ทหล่น แล้วก็มีสาวน้อยเก็บได้ตามสูตรนิยายน้ำเน่านี่เองแต่........
 
" อืม........ขอบใจที่ช่วยเก็บไว้ให้..........." HaZe รู้สึกว่าหากไม่ถามชื่อเลยจะดูโหด
  ไปหน่อย
 
" แล้วชื่อของเจ้า ??................. "
 
" ..... ซายุ ค่ะ.......... ยางามิ ซายุ.. "
 
" หา !! ยา....... ยางามิ ซายุ งั้นรึ ?? "  ยางามิ ซายุ นี่มันน้องสาวของ ยางามิ ไลท์
  ผู้ครอบครอง Death Note นี่หว่า !! HaZe คิดในใจ..........
 
" ?? ใช่ค่ะ ทำไมหรือคะ คุณรู้จักฉันมาก่อนเหรอ ?? "
 
" อ่อ.......... เปล่า ไม่มีอะไร...... แล้วเจ้ามาทำอะไรที่สนามบินนี่งั้นรึ ?? "
  HaZe พยายามพูดจากลบเกลื่อน
 
" คุณพ่อของฉัน ยางามิ โซอิจิโร่ เป็นตำรวจค่ะ ได้รับแจ้งเหตุมีเครื่องบินประสพอุบัติเหตุ
  ที่สนามบินนาริตะนี่ แล้วฉันก็ตามคุณพ่อมาด้วยหน่ะค่ะ "  ซายุ ตอบ
 
          HaZe รู้ว่า Death Note นั้น เป็นสิ่งที่อันตรายมาก หากตกอยู่ในมือคนชั่ว
โลกก็จะต้องเดือดร้อน......... สิ่งที่เขาคิดในตอนนี้ก็คือต้องพยายามชิง Death Note
มาจาก ยางามิ ไลท์ ให้ได้ !! ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น !! ต้องวางแผนตะล่อม ยางามิ ซายุ
แล้วเข้าไปเป็นคนในกองสืบสวนคดีคิระเสียก่อน.............
 
" จริงๆแล้ว ที่เครื่องบินสามารถลงจอดได้อย่างปลอดภัยนี่เป็นฝีมือของ ข้าเองแหละ
  ข้าก็แค่ xxxxx แล้วก็ xxxxx ละก็ xxxxx " HaZe เล่าเรื่องทั้งหมดให้ ซายุ ฟัง
 
" โอ้ !! จริงหรือคะนี่ !! ทำไมคุณเก่งยังงี้หล่ะ !! "  ซายุ ตกใจมากกับเรื่องที่ได้ยิน
 
" อืม จริงๆแล้ว ข้าเดินทางมาจาก L.A. เพื่อที่จะมาร่วมกองสืบสวนคดีคิระ !! ข้าต้อง
  การจับคิระ ขึ้นหลักประหาร เพื่อให้โลกสงบสุข !! " ทั้งที่จริงๆมาญี่ปุ่นเพื่อดู JIWA หน่ะ
 
" โอ้ !! จริงหรือคะนี่ !! งั้นฉันจะบอกคุณพ่อให้เองค่ะ !! "
 
          หลังจากที่ ซายุ แจ้งเรื่องทั้งหมดให้ ยางามิ โซอิจิโร่ รู้แล้ว HaZe จึงถูกพาตัว
มาที่กองสืบสวนทันที
 
" นี่คือ HaZe ชายผู้สามารถกู้วิกฤตเครื่องบินตกได้ด้วยตัวคนเดียว !! .......... เขาต้อง
  การเข้าร่วมกองสืบสวนคดีคิระด้วย .... ตกลงไหมพวกเรา ?? " ยางามิ โซอิจิโร่
  แนะนำตัว HaZe ให้ L และ ยางามิ ไลท์ รู้จัก
 
" อืม ตกลง พวกเราไม่ขัดข้อง.......... งั้นเริ่มงานเลยแล้วกัน HaZe นายต้องบุกไปถล่ม
  แก๊งค์ ยากูซ่า เย็นนี้เลย  OK ?? "  ยางามิ ไลท์ มอบงานให้ทันที
 
" อ้าว....... เฮ่ย เดี๋ยวสิวะ !! ข้าเพิ่งมาถึงตะกี้เอง กะจะใช้งานข้าทันทีเลยหรือ ?? "
  HaZe เพิ่งมาถึงก็รับงานเลย รู้สึกเซ็งมาก
 
" เอาน่าอย่าเรื่องมาก....... แก๊งค์ ยากูซ่าที่นายต้องไปลุย หัวหน้าของมันก็คือ
  SATO แห่งหมู่ตึก Liberty .......... หมู่ตึก Liberty ที่ว่านี้ เป็นแหล่งมั่วสุม
  ของวัยรุ่น.......... ทั้งมั่วเซ็กซ์ ค้ายา ต่อยตี ปล้นจี้ ปี้แมว แซวกะหรี่...........
  ซึ่งเป็นที่จับตามองของตำรวจญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก เราสงสัยว่า SATO ต้องการ
  Death Note ไปเพื่อกำจัดตำรวจและสร้างอิทธิพลให้ตัวเอง.............
  ดังนั้น !! นายต้องไปจับมัน และชิงโน้ตมา !! "  L อธิบายให้ HaZe ฟัง
 
" SATO !! หรือ........ หรือ.......หมายถึง  ซาโต้  อิชิซาเร่ งั้นหรือ " HaZe ตกใจ
 
" ใช่....... ทำไมงั้นหรือ ?? " ยางามิ  ไลท์  เห็นผิดสังเกตุ
 
" เอ่อ..... ปละ.......ปล่าวหรอก.......... ไม่มีอะไร ข้าจะตั้งใจปฏิบัติตามหน้าที่
  ก็แล้วกัน............. "  HaZe พยายามปิดบังอะไรบางอย่างไว้
 
" อืม....... งั้นก็อย่างว่า แหละ...... จัดการเส็ดก็มาบอกละกัน บ่ายนี้พวกเรา
  จะไปตี สนุ้ก กันหน่ะ....... ก็วานด้วยละกันนะ พ่อหน้าใหม่ หึหึ "  L พูดเหมือน
  เรื่องที่เขาวานให้ HaZe ทำ คือ ฝากลอกการบ้านส่งอาจารย์
 
          ทั้งที่จริงๆแล้ว HaZe นั้นรู้ว่า ผู้ที่ครอบครอง Death Note อยู่ในขณะนี้ก็คือ
ยางามิ  ไลท์  ซึ่งก็เป็นคิระด้วย  แต่ทว่าเขาจำต้องบุกเข้าสู่หมู่ตึก Liberty เพื่อ
โค่นล้มหัวหน้าแก๊งค์ยากูซ่าระดับบิ๊กนาม  ซาโต้  อิชิซาเร่  เสียก่อน เพื่อสร้างความ
ไว้วางใจแก่ ยางามิไลท์  เพื่อที่จะได้วางแผนยึดชิง Death Note มา  !!
September 18

B.S.S. 3

         เมื่อต่างคนต่างรู้ฐานะของกันและกันดีแล้ว การวู่วามจึงถือเป็นเรื่องที่โง่ที่สุด
ดรรชนีสัมพันธ์ใจ  เป็นวิชาป้องกันตัวชั้นต้นๆของยุทธภพ ไม่มีอาวุธใดๆที่จะสามารถ
ลอดผ่านนิ้วคู่นั้นไปได้ ............. ถึงแม้จะซัดมีดออกไปทีละสองเล่ม แต่
ดรรชนีสัมพันธ์ใจ ของผู้ที่ได้รับการยอมรับให้เป็นผู้สืบทอดรุ่นที่สิบเอ็ด ก็ย่อมไม่ได้
มีข้างเดียวแน่นอน............. HaZe ซัดมีดได้ทีละเล่มในมือแต่ละข้าง ............
ซึ่งก็แน่นอนว่า PANUSMOS ก็ รับมีดได้ทีละเล่มในมือแต่ละข้างเช่นกัน...........
การจะซัดมีดออกไปให้เป็นจำนวนนับทางคณิตศาสตร์ให้มากกว่าสองนั้น มีเพียง
กระบวนท่าเดียว  ร้อยแปดอนงค์ฉุดคร่า !! เป็นการซัดมีดทุกเล่มที่เขามีออกจากฝัก
ด้วยวิธีการพิเศษ............ หากทว่า กระบวนท่าสูงสุดนี้ รุนแรงถึงขั้นที่ว่าในสมัย
โชกุน โตกุกาว่า เคยมีคนใช้มีดชุดนี้ ถล่มปราสาทเอโดะได้ในกระบวนท่าเดียว
ซึ่งเมื่อสิ้นกระบวนท่าแล้ว มีดทุกเล่มจะสลายตัวไปทั้งหมดเนื่องจากไม่สามารถ
ต้านทานพลังวัตรที่ถูกระเบิดออกมารวดเดียวได้............... HaZe จะต้องสูญเสีย
มีดชุดนี้ไปตลอดการ.......... มีดชุดนี้เป็นของขวัญวันเกิดครบรอบอายุ สามขวบ
ที่เขาได้รับมาจากคู่หมั้นของเขา .........ซึ่งเขาก็พกมันติดตัวตลอดเวลา..........
ถึงแม้ไม่มีวิธีอื่นที่จะเอาชนะ ดรรชนีสัมพันธ์ใจ แต่เขาก็ไม่อยากสูญเสียมีดที่ล้ำค่า
ชุดนี้ไป เพราะช่างตีดาบที่สามารถสร้างยอดอาวุธนี้ได้ ไม่ได้อยู่ในโลกนี้แล้ว......
 
" อย่าเลย......... มันไม่คุ้มค่าหรอก......... " PANUSMOS รู้ทันความคิดของ HaZe
 
" วิชาของเราล้วนมีรากเหง้ามาจาก เส้าหลิน ในทำเนียบยุทธภพนั้น เราอาจนับว่า
  เป็นญาติกัน...........เราไม่ควรนองเลือดโดยไม่จำเป็น "  PANUSMOS  กล่าวอย่าง
  เยือกเย็น......... เขาไม่ต้องการที่จะต่อสู้
 
" อย่ามาบ่ายเบี่ยง !! ยังไงเสีย ความผิดนี้เจ้าก็ต้องชดใช้ !! " แต่จริงๆแล้ว HaZe เองก็ 
  สับสนอยู่ไม่น้อย ว่าควรจะสู้กับชายคนนี้หรือไม่...........
 
" ชดใช้ความผิดงั้นหรือ..............งั้นเอาเช่นนี้แล้วกัน ................
  เอาบัตรคอนเสิร์ตของข้าไปสองใบนะ แล้วหายกันตกลงไหม ^^ "  เป็นการแก้ปัญหา
  ที่ดีที่สุดที่คนอย่าง PANUSMOS จะนึกออก..............
 
" นี่เจ้า !!.................. จะหยามข้างั้นหรือ !! " HaZe บันดาลโทสะ
 
" ให้บัตรคอนเสิร์ตข้ามาสองใบ ?? กะให้ข้าไปดูกับไอ่คนเก็บขี้หมานี่หรือไง ??
  ไม่ต้อง !! เอามาใบเดียวก็พอแล้ว !! "
 
" อืม........ ใบเดียวก็ได้ แต่ไม่เปลี่ยนใจแน่นะ ??  " PANUSMOS โล่งใจที่ไม่เกิดการ
  นองเลือด
 
" เออ !! ส่งมา แล้วไสหัวไปให้พ้น !! อย่ามาให้ข้าเห็นหน้าอีก !! "
 
          ด้วยเหตุการณ์ดังกล่าว วง J-Rock ที่กำลังโด่งดังเป็นพลุแตก JIWA !!
จึงต้องระงับการทัวร์คอนเสิร์ตในอเมริกาเพื่อพักรักษาตัว  พวกเขาบินกลับญี่ปุ่น
ทันที โดยคอนเสิร์ต ครั้งถัดไปจะถูกจัดขึ้นได้เร็วที่สุดคือ สามเดือนให้หลัง
ที่ TOKYO DOME เป็นครั้งแรกที่ HaZe จะได้ไปญี่ปุ่น......................
 
" ท่านพ่อ......... ข้าจะไปทำธุระที่ญี่ปุ่นสักสองสามอาทิตย์......"
 
" โอ้ งั้นหรือ ขากลับซื้อแผ่นมาฝากพ่อด้วยหล่ะ หึหึ.......... "
 
" แผ่นพวกนั้น อยู่ในลิ้นชักห้องนอนของข้า........ เชิญท่านพ่อตามสะดวกเถิด...... "
 
" โอ้ ดีมากๆ ว่าแต่ไปญี่ปุ่นครั้งนี้ เจ้าจัดข้าวของไปดีแล้วแน่รึ ?? "
 
" ท่านพ่อหมายความว่าเช่นไร ?? "
 
" หึๆ เอางี้ .......... ตามป๊ามาสิ "
 
          ด้วยความสงสัย......... HaZe ก็ถูกพาไปยังโรงจอดรถ...... แต่สมควรจะเรียก
ว่าลานจอดรถมากกว่า ด้วยขนาดที่ใหญ่โตพอๆกับ ที่จอดรถของเซ็นทรัลลาดพร้าว
และมีรถจอดอยู่เต็มแทบทุกช่อง แต่ที่ต่างกันก็คือ รถแต่ละคันนั้น มีผ้าคลุมไว้ทั้งหมด
HaZe ถูก พามายืนอยู่หน้ารถคันหนึ่งซึ่งถูกคลุมไว้ด้วยผ้าใบสีแดง ขนาดของมันใหญ่
กว่ารถทั่วๆไป มองออกจากภายนอกว่าเป็นรถสปอร์ต เพราะหลังคานั้นเตี้ยประมาณ
สี่ฟุตแสดงถึงความโหลดพิเศษของรถคันนี้........... แต่ก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ
เพราะรถแบบนี้ มีเป็นสิบๆคัน ในลานจอดรถแห่งนี้.........
 
"ท่านพ่อ พาข้ามาทำไมหรือ ?? " ความสงสัยของ HaZe ไม่ได้เจือจางลงแม้แต่น้อย
 
" หึหึ........ นี่คือเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าที่สุดของนวัตรกรรมยานยนต์ !! "
 
          ทันใดนั้น ผ้าคลุมสีแดงก็ถูกกระชากออก เผยให้เห็นถึงม้าเหล็กที่หลับใหล
อยู่ภายใน !! มันคือ Ferrari Medona Custom ที่บิดาของเขาสั่งทำเป็นพิเศษ !!
เนื่องจากเงินเหลือจนบริจาคยังไงๆก็ยังมีเลขศูนย์พ่วงท้ายในบัญชีอยุ่เป็นสิบๆ
 
" เครื่องความจุ แปดลิตร ประจำการที่เพลาหน้าและหลังอย่างละเครื่อง !!
  มีระบบไนตรัสหล่อเลี้ยงตลอดเวลา !! ที่เหนือไปกว่านั้น ยังติดตั้งเครื่องยนต์
  ไอ่พ่นรุ่นเดียวกับเครื่องบินขับไล่ F-16 ไว้สองดอก !! ความเร็วสูงสุด ในทางราบ
  512 km/h  555 เป็นยังไงลูก !! สุดยอดใหม ?? "
 
" ท่านพ่อ........... ข้าไม่เข้าใจ ?? " HaZe ยิ่งสงสัยหนักข้อ
 
" ก็อย่างที่ลูกรู้............... ครอบครัวเราหน่ะ................ มีเงินใช้ทิ้งใช้ขว้าง
  ใช้ยังไงมันก็ไม่พร่องซักที !! 555 ป๊าก็เลยอยากให้ลูกเอาไอ่เจ้านี้ไปทิ้งที่ญี่ปุ่น
  ให้หน่อย !! เผื่อบ้านเรามันจะจนลงบ้าง !! 555 " 
 
" ท่านพ่อ.......... " HaZe เข้าใจแต่ก็ยังไม่เข้าใจ
 
" เออหน่ะ !! เดี๋ยวพ่อจะให้คนเอาไปใส่ไว้ในห้องเก็บสินค้าใต้ท้องเครื่องบินไว้ให้
  แล้วจะโยนมันทิ้งกลางทางลงมหาสมุทรแปซิฟิคไปเลยก็ได้นะ 555 "
 
          เมื่อเสร็จสิ้นการร่ำลา การเดินทางก็ได้เริ่มต้นขี้น........ เครื่องบินออกตัวทะยาน
สู่ฟากฟ้า พร้อมกับ Ferrari ที่ไม่สามารถประเมินมูลค่าได้ ถูกบรรทุกมาด้วยยังใต้ท้อง
เครื่องบิน HaZe นึกถึงคำขอร้องของบิดา .......... เขาตั้งใจว่าพอเอาไปถึงญี่ปุ่นแล้ว
เขาจะจับมันทุ่มลงอ่าวโตเกียวซะเลย.......... ระหว่างคิดอะไรอยู่เพลินๆ HaZe ก็เผลอ
หลับไป...............
 
" กร๊ดดดดดดดดด !! ว๊ายยยยยยยยยยยย !! เกิดอะไรขึ้น ?? "
 
          เสียงผู้โดยสารจำนวนมากร้องลั่นเครื่องหลังจากเกิดแรงกระแทกอย่างแรงขึ้น
HaZe ตื่นขึ้นในทันที !!
 
" ?? ............. นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ?? "
 
          HaZe ไม่ปล่อยให้ความสงสัยค้างคา เขารุดหน้าไปยังห้องนักบิน ...........
หน้าประตูห้องไพลอท ระบุชื่อ  OAK  NAJA กัปตัน.............  JEFF  YEDPY
ผู้ช่วยกัปตัน............. ประตูห้องถูกกระชากออกโดยแรง !! ชายสองคนในสภาพ
เปลือยท่อนล่างกำลังลนลานอยู่กับแผงควบคุมขนาดใหญ่ !!
 
" นี่มันเกิดอะไรขึ้น ?? ตอบข้ามาเดี๋ยวนี้ !! " HaZe ยิงคำถามทันที
 
" ตอนแลนดิ้ง ล้อเครื่องบินกางยังไม่สุด จึงปะทะกับพื้นรันเวย์ จนเกิดความเสียหาย !!
  ตอนนี้พวกเราจึงไม่สามารถเอาเครื่องลงได้แล้ว !! " OAK กัปตันเครื่องรายงาน
 
" เมิงนี่มันห่วยแตกจิงๆ !! ทำล้อเครื่องบินพังไปข้างแล้วทีนี้จะเอาเครื่องลง ยังไง
  หละวะ ?? " JEFF รองกัปตัน ตวาดใส่ OAK
 
" เอาเครื่องลงหร่าไรหล่ะ ?? กุก็เห็นแต่เมิงเอาอย่างอื่นอยู่นั่นแหละ  !! ไม่เห็นจะมา
  ช่วยกัน !! ก็บอกแล้วให้เอาเครื่องลงให้เส็ดก่อนแล้วค่อยมาต่อก็ยังได้ !! "
  ในสภาพเปลือยท่อนล่างทั้งคู่ ไม่ต้องบอกก็คงรู้ว่าทั้งสองกำลังเอาอะไรกัน..........
 
" บัดซบ !! หุบปากไอ่พวกสวะ !! ถ้าข้ารู้ตั้งแต่เมื่อกี้ ข้าจะจับพวกเจ้าตอนแล้วเอาชิ้นส่วน
  โยนลงมหาสมุทรแปซิฟิกซะ !! " HaZe หัวเสียสุดๆกับเรื่องที่สุดจะอุบาทว์
 
          มองจากมอนิเตอร์ในห้องไพลอทแล้ว เครื่องบินลอยสูงขึ้นมาจากรันเวย์เพียง
40 m เท่านั้น ......... ด้วยวรยุทธ์และวิชาตัวเบาที่ HaZe มีอยู่ เขาสามารถพังกระจก
และโดดลงพื้นโลกอย่างปลอดภัยสบายอุราคนเดียวก็ได้ .......... แต่ว่า..........
พลังอันยิ่งใหญ่ย่อมมาพร้อมภาระอันใหญ่ยิ่ง !!  ด้วยวิสัยของ ฮีโร่ !! เขาไม่สามารถ
เอาตัวรอดคนเดียวและปล่อยให้ผู้โดยสารตาดำๆจำนวนมากต้องรับเคราะห์ได้........
เขาต้องทำอะไรสักอย่าง...............
 
" ...................................... " HaZe ใช้ความคิดอย่างหนัก
 
" เอางี้............. ข้าจะเป็นล้อให้กับเครื่องบินเอง !! " HaZe ตัดสินใจ
 
" เป็นล้อให้กับเครื่องบิน ?? หมายความว่ายังไง ?? เหมือนท่าล้อเกวียนที่ข้าเล่นกับ
  OAK เมื่อกี้หรือเปล่า ?? " JEFF เห็นทุกเรื่องเป็นเรื่องใต้เข็มขัด
 
" หุบปาก !! ถ้าเจ้ายังพูดจาพล่อยๆ ข้าจะถลกหนังจู๊เจ้ามาทำเป็นปลอกมือถือ ซะ !! "
 
" เค้าขอโทดอะ........... ล้อเล่นนิดเดียวเอง........ " ทำเป็นปลอกมือถือได้........
  ของ JEFF ต้องไม่เบาเลยทีเดียว
 
" ควบคุมเครื่องให้เลียดพื้นดินมากที่สุด แล้วเปิดประตูคาร์โก้ใต้ท้องเครื่องด้วย "
  HaZe สั่งการ
 
" หมายความว่าไง ?? คุณตั้งใจจะทำอะไรกันแน่ ?? " OAK ไม่เข้าใจความคิด
 
" ทำตามที่ข้าสั่งก็พอ แล้วข้าจะติดต่อกลับมาด้วยวิทยุ .......... " HaZe ไม่อธิบาย
 
          เขาเดินทางไปยังห้องเก็บสินค้าซึ่งอยู่บริเวณใต้ท้องเครื่องบิน เขาคิดจะนำ
Ferrari มาเป็นล้อให้กับเครื่องบิน เขาไม่รุ้ว่าจะสำเร็จหรือไม่ เขารู้แค่ว่าเขาต้องทำ
 
" นำเครื่องเลียดกับพื้นให้มากที่สุด แล้วเปิดประตูให้ข้า !! " HaZe สั่งการหลังจากประจำที่
  บนม้าเหล็กของเขาเรียบร้อยแล้ว
 
"...........ขณะนี้อยู่ห่างจากพื้นดินเพียง 28 m เราไม่สามารถเข้าใกล้ได้กว่านี้แล้วครับ !! "
  OAK ได้พยายามที่สุดแล้ว
 
" ............ เปิดประตูคาร์โก้ได้เลย "  HaZe จำเป็นต้องทะยาน ม้าเหล็กลงไปจาก
  ความสูงกว่า 30 m
 
" ...............ผมขอร้อง ได้โปรดช่วยผู้โดยสารของผมด้วย ... " OAK วิงวอน หลังจาก
  เปิดประตูที่ท้องเครื่องบินออก
 
" .................... " HaZe โดยไม่กล่าวอะไร เขาทะยาน Ferrari ลงจากท้องเครื่อง
  ปะทะกับพื้นรันเวย์ดังโครม นึกขอบใจว่าม้าเหล็กนี้แกร่งพอ
 
" โอ้ !! ยอดมากครับ !! คุณนี่ฝีมือสุดๆไปเลย !! ไมเคิล ชูมาร์คเกอ ยังชิดซ้าย !! "
  JEFF ลุ้นขี้แทบแตก
 
" ไม่ต้องประจบ !! ลดความเร็วเครื่องมาที่ 500 km/h เดี๋ยวนี้ !! "
 
          หลังจากออกคำสั่งเสร็จ HaZe เปิดระบบไอพ่น ของ Ferr ..................
ม้าเหล็กทะยานไปด้านหน้าด้วยขีดจำกัดสูงสุด !! หวังเพียงมันสามารถวิ่งภายใต้
ความเร็ว 500 km/h ได้จริงๆ................
 
" สุดยอดเลย !! เขาไล่ตามเครื่องบินเข้ามาทุกทีแล้ว " JEFF ถึงกับตะลึง
 
" ............ในเวลานี้เราทำได้แค่เพียงวิงวอนต่อพระผู้เป็นเจ้าเท่านั้น
  เขากำลังจะแบกชีวิตกว่าห้าร้อยชีวิตไว้................. " OAK ได้เพียงวิงวอน
 
" ตอนนี้ข้าอยู่ใต้ตำแหน่งล้อปีกซ้ายแล้ว.......... กางล้อทั้งหมดซะ !! " ขั้นตอนสุดท้าย
  กำลังจะมาถึง ล้อหน้า ขวา หลังของเครื่องบิน ถูกสั่งให้กางออก
 
" .............. เราเป็นหนี้บุญคุณ คุณแล้ว......... ขอให้คุณโชคดี..................
  หากเรารอดไปได้ ผมจะพาคุณไปลงอ่างที่เจ๋งที่สุดในญี่ปุ่น !! " กัปตัน OAK สั่งลา
 
" หยุดคิดเรื่องใต้สะดือได้แล้ว !! ตั้งใจเอาเครื่องลงเดี๋ยวนี้ !! " นั่นอาจจะเป็นการด่าครั้ง
  สุดท้ายของ HaZe
 
          ต่อให้การแลนดิ้ง ครั้งนี้ลำเร็จได้ก็จริง แต่ HaZe ก็ไม่คิดว่ารถสปอร์ตธรรมดาๆ
จะสามารถแบกเครื่องบินไว้โดยคงสภาพดีๆได้ ............ ทันทีที่หลังคารถสัมผัส
กับล้อเครื่องบิน มันคงยุบลงมาทับเขาจนเละเป็นกล้วยปิ้ง ................ ถึงอยากจะ
กระโจนออกนอกรถ......... แต่ภายใต้ความเร็ว 500 km/h ไม่ว่ามนุษย์หน้าไหน
หล่นลงไปก็ต้องกลิ้ง ขลุกๆ จนถลอกปอกเปิกเสียหล่ออย่างแน่นอน.............
มีวิธีใดที่เขาจะสามารถรอดตายออกไปอย่างหล่อๆได้บ้างหรือเปล่านะ............
เวลาไม่เคยรอคอยใคร............ ล้อเครื่องบินได้ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ .......เรื่อยๆ
ระยะทางที่เหลือแจ้งโดย เซนเซอร์ ที่ติดตั้งมาในรถ Ferrari ..... HaZe จ้องหน้าปัด
4 m......... 3 m............ 2 m.............1 m !!!!
 
" โอ๊ววววว !! ฝ่ามือทรายเหล็กขั้นสูงสุด !! 
 
          เทพวิชาถูกระเบิดออกจากคู่ฝ่ามือใส่หลังคารถจากภายในอย่างเต็มกำลัง
ในเสี้ยว วินาทีเดียวกันกับที่ล้อเครื่องบินสัมผัสหลังคารถ !!  .......... แต่คงไม่มี
วรยุทธ์ใดๆที่จะแบกรับสายการบิน นกแอร์ ไว้บนฝ่ามือได้ ......................
เขาทำได้เพียง บั่นทอนแรงปะทะเท่านั้น............. หากคำนวณพียงน้ำหนักของ
เครื่องบิน ที่ถ่ายลงสี่ล้อ Ferrari คงพอรับไหว........ แต่ !! นี่เป็นเครื่องบินที่กำลัง
ดิ่งลงมาจากท้องฟ้า !! เราต้องไม่ลืมคำนวณแรงปะทะที่เพิ่มเข้ามาจากการเคลื่อนที่
ของวัตถุด้วย !! นี่เป็นคำสอนของ Dr.VINIT Professor ด้านโครงสร้างที่เคยสอนเขาไว้
ในวิชา วัสดุกลกศาสตร์  !!  ............. แต่กระนั้น หลังคารถก็ยังยุบลงมาเรื่อยๆ
แต่แววตาของเขาจ้องเพียงแต่หน้าปัดของรถ.......... ในเวลาที่หลังคากำลังยุบลงมาทับ
แต่เขากลับสนใจอะไรอยู่ !! ........... เนื้อที่ภายในรถก็เหลือน้อยลง ทุกที.....ทุกที
หน้าปัด แจ้งความเร็วปัจจุบัน  320 km/h .............300 km/h.......... 280........
260......... 240............ 220 km/h  !!  HaZe  เปิดประตูรถและทะยานออกไป
ในทิศตรงข้ามกับความเร็วรถสุดแรงเกิด !! มันคือท่าเท้า บุปผาสวรรค์เพียงไหว !!
เป็นท่าเท้าที่จอมยุทธ์ฝ่ายธรรมะของจีนฮิตกัน เนื่องจากมีชื่อเท่...............
กล่าวกันว่า ผู้สำเร็จท่าเท้านี้ แม้วิ่งย่ำลงบนดอกบุปผา ก็จะพลิ้วผ่านไปโดยทำให้
กลีบก้านดอก เอนไหวนิดๆเท่านั้น !! แสดงถึงความเบาของฝีเท้าของท่าเท้านี้.......
โดยท่าเท้านี้มีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 212 km/h  ดังนั้น ที่ความเร็ว  220 km/h
หากออกตัวไปด้านหลังด้วยความเร็ว 212 km/h ก็จะเหลือความเร็วสุทธิ  8 km/h
ตามหลักความเร็วสัมพัทธ์ !!  ทุกอย่างตกอยู่ภายใต้การคำนวณของ HaZe !!
เขาสัมผัสพื้นด้วยความเร็วในแนวราบเพียงเล็กน้อยเป็นผลให้เพียงไถลไปด้านหลัง
สิบก้าว หลังลงสู่พื้นเท่านั้น .................
 
" Dr.Vinit ............. อีกครั้งแล้วที่ข้าต้องเป็นหนี้บุญคุณท่าน................. " 
 
          HaZe สำนึกในบุญคุณของผู้เป็นอาจารย์..........หากไม่มีความรู้ด้านกลศาสตร์
และฟิสิกส์สัมพันธภาพเพียงพอ เขาคงไม่ได้รอดตายไปดูคอนเสิร์ตของ JIWA
เป็นแน่แท้  ด้วยเหตุการณ์ดังกล่าว จึงทำให้สภาพที่สนามบินปั่นป่วน...........
ในตัวอาคารผู้โดยสาร ผู้คนเดินกันขวักไขว่อลหม่านไปหมด .......... HaZe ต้องการ   
เพียงจะรีบไปให้ถึงโรงแรมเพื่อพักผ่อน.......... เขาได้ใช้กำลังที่เขามีอยู่ไปเกือบหมด
แล้วในการหยุดเครื่องบิน............. ระหว่างที่เขาเดินปะปนอยู่กับฝูงชนอย่างเร่งรีบ
มีมือลึกลับได้ยื่นมาคว้าแขนของเขาไว้  !!
 
" ...ฮา  เซ  !! ..........." 
 
          เป็นเสียงของหญิงสาว  !!  หล่อนเป็นใครกัน  !!  ชื่อจริงว่า   มา - ฮา - เซ
( MhaR - Ha - Ze ) ที่แทบไม่มีใครรู้แม้แต่บิดาของเขายังไม่เคยเรียก กลับถูกเอ่ย
ออกจากปากของใครกัน ??    
 
September 17

Hide......... The spirit of J-Rock !!

ย้อนกลับไปซักราวๆ สิบปีที่แล้ว หลายๆคนคงจะปฎิเสธไม่ได้เลยว่าดนตรีญี่ปุ่นมีบทบาทอย่างยิ่งในเมืองไทย เรียกว่าเป็นผู้สร้างกระแสที่เรียกว่า J –Rock และเป็นวงแถวหน้าที่เป็นต้นแบบและสร้างกระแสดนตรีญี่ปุ่นก็คงหนีไม่พ้นวงดนตรีที่ใช้ชื่อว่า X – Japan และวงดนตรีวงนี้ก็ทำให้เราได้รู้ว่า Melodic Metal แห่งแดนอาทิตย์อุทัยไม่ได้มีฝีไม้ลายมือด้อยไปกว่าวงจากอเมริกาเลยด้วยซ้ำ และหากพูดถึงมือกีต้าร์ของวงแล้วละก็คงปฎิเสธไม่ได้ที่จะไม่พูดถึงเขาคนนี้ “ Hide ”

Hideto Mutsumoto หรือที่เรารู้จักกันว่า Hide ผู้ที่รับตำแหน่งขุนขวานแห่งวง เขาเกิดเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม ปี 1964 ในเมือง Yokosuka เริ่มต้นเลยเส้นทางการใช้ชีวิตก็ไม่ได้ต่างอะไรกับเด็กทั่วๆไปซักเท่าไหร่นัก ครอบครัวของเขาทำอาชีพเป็นร้านตัดผม ช่วงวัยเด็กทางบ้านต่างบังคับเขาให้เรียนอะไรหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นเรียนพิเศษภาษาอังกฤษ เรียนลูกคิด,เคนโด้ ,คาราเต้หรือแม้แต่ต้องไปหัดเรียนคัดลายมือเป็นต้น ในส่วนของดนตรีเขาก็ถูกบังคับให้เรียนเปียโน แต่เขาก็ไม่ยอมเรียนทำให้ปัจจุบันเขารู้สึกเสียดายมากที่ไม่ได้เรียน เพราะมันสามารถนำมาใช้งานได้อย่างมาก แต่ทั้งหมดนั้นเขาเองก็ยอมรับว่าเขาไม่เคยจะสนใจและใส่ใจมันเลยเหมือนกับเรียนๆมันให้จบๆไป จนเมื่อวันหนึ่งเขาก็ได้เริ่มต้นหันมาฟังเพลงอย่าง Arosmith นั้นคือจุดเริ่มต้นของความสนใจเกี่ยวกับเพลงร็อกและอีกครั้งหนึ่งที่เขาได้รู้จักสุดยอดวงดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่อาจเป็นจุดเริ่มในการเปลี่ยนแปลงชีวิตไปเลยก็ได้เมื่อราวๆตอนที่เขาเรียนอยู่ ม.2 เมื่อเพื่อนร่วมชั้นแนะนำเขามารู้จักและฟังเพลงของวง Kiss กับอัลบัมชุดที่ปัจจุบันกลายเป็นประวัติศาสตร์ของดนตรีร็อกที่นักฟังเพลงหลายๆคนต่างให้การยอมรับมันนั้นว่ายอดเยี่ยมคืออัลบัมชุด “ Alive “ มันเต็มไปด้วยสไตล์การเล่นที่ดุดันพร้อมกับสไตล์การแต่งตัวที่มีการแต่งหน้าราวกับปีศาจ ทุกครั้งที่ Kiss มาเล่นคอนเสริตที่ญี่ปุ่น Hide ไม่เคยพลาดที่จะไปดูซักครั้ง และเขาก็เริ่มต้นสมัครเข้าเป็นแฟนคลับของวง และเริ่มรับข้อมูลและนิตยสารหรืออะไรทุกอย่างที่เกี่ยวกับ Kiss และวงดนตรีวงนี้ทำให้เขาเริ่มที่จะหาวงดนตรีวงอื่นๆฟังตามมาไม่ว่าจะเป็น Led Zepplin ,Queen และอีกหนึ่งวงที่อยู่ในประเทศของเขาเองซึ่งวงดนตรีร็อกทุกวงในญี่ปุ่นต่างให้การยอมรับเป็นอย่างยิ่งนั่นคือวงที่ใช้ชื่อว่า Japan ซึ่งเป็นวง visual rock ที่แต่งหน้าวงแรกๆของญี่ปุ่นก็ว่าได้และนั่นคือจุดที่ทำให้เขาเริ่มอยากหันมาหัดเล่นกีต้าร์

หลังจากที่เขาเริ่มหัดเลียนแบบท่าเล่นกีต้าร์จากไม้กวาดหรือไม่เทนนิสอยู่ซกพักใหญ่ๆ ครอบครัวของเขาก็ตัดสินใจที่จะซื้อกีต้าร์ตัวแรกในชีวิตให้กับเขา มันคือกีต้าร์ยี่ห้อ Gibson เป็นทรง Lespaul เขาบ้าเห่อกับมันมากจนกระทั่งเพื่อนๆร่วมชั้นต่างให้ฉายาว่า MR.Gibson และดูเหมือนว่าตัวเขาเองก็ภูมิใจกับชื่อนี้มาก เข้าข่ายประเภทกีต้าร์ดีแต่ฝีมือไม่ได้เรื่อง

หลังจากนั้นฮิเดะก็เข้าเรียนต่อชั้นม.ปลาย เขาเข้าเรียนด้วยความหวังที่เต็มเปี่ยมนั้นคือ เขาต้องมีวงดนตรีเป็นของตัวเองให้ได้แต่แล้วความฝันทุกอย่างก็พังทลายเพราะว่าทางโรงเรียนได้ออกกฎมาว่าห้ามเล่นดนตรีร็อก แต่นั่นก็ยังไม่ใช้ปัญหาที่ใหญ่ของเขาซักเท่าไหร่เพราะว่าเขาก็แอบออกมาตั้งวงข้างนอก และอีกอย่างด้วยความที่เมือง Yokosuka เป็นเมืองที่เต็มไปด้วย pub และ live house อย่างมากมายที่มีไว้ให้กับทหารอเมริกัน ดังนั้นทุกอย่างจึงเป็นเหมือนแรงกระตุ้นอย่างแรงให้กับการตั้งวงดนตรีของเขาและการตั้งวงดนตรีร็อกก็ไม่ใช้เรื่องที่ยากเย็นอีกต่อไป

Hide ได้ตั้งชื่อวงของเขาว่า Saver Tiger เขาได้วางตัวเป็นหัวหน้าวง และก็สร้างกฎเกณฑ์กับวงอย่างมากมายไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ว่า ทุกคนในวงจะต้องแต่งตัวและแต่งหน้าให้ออกมาบ้าที่สุดพั้งก์ที่สุด และให้เหมือนกับวง Japan ด้วย หรือแม้แต่ว่าใครในวงไม่มีการพัฒนาในเรื่องของฝีมือจะต้องถูกเขาไล่ออกจากวงทันทีโดยไม่มีการพูดคุยกันก่อนเลย และแล้ววงดนตรีในนามว่า Saver Tiger ก็เริ่มเป็นที่รู้จักของวงที่เล่นตาม Live House ต่างๆ รวมทั้งดังแซงหน้าวงของ Yoshiki กับ Toshi ที่ชอบแวะเวียนมาดูอยู่บ่อยๆไปไกลมาก เพลงที่พวกเขาเล่นก็จะมีเพลงของวง Japan , Led Zepplin ,Queen , Arosmith , Sex Pistol, The Crash และอีกมากมายรวมทั้งเพลงของพวกเขาเองด้วย

วงดนตรีในนามว่า Saver Tiger ได้เปลี่ยนสมาชิกใหม่มากมายและก็ยังคงเปลี่ยนไปอยู่เรื่อยๆยังไม่มีทีท่าว่าจะลงตัวซักที ในขณะเดียวกันนั้นชีวิตที่เขาจะต้องเข้าเรียนมหาวิทยาลัยก็ไม่ลงตัวเพราะแม้ว่าเขาจะสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยแต่ก็ต้องตกสัมภาษณ์อันเนื่องมาจากการที่เขาตอบคำถามที่ว่า “ ทำไม่คุณถึงเลือกที่จะเข้ามาเรียนที่นี่ ” Hide ตอบว่า “ ไม่รู้ว่าจะไปเรียนที่ไหนนอกจากที่นี่ “ ทำให้เขาจึงไม่ได้เรียนต่อมหาวิทยาลัย และก็ดูเหมือนว่าวงดนตรี Saver Tiger ของเขาเองก็เริ่มจะมาจนสุดทางโดยใช้เวลาทั้งหมด 6 ปี จนมาถึงสมาชิกรุ่นสุดท้ายที่เรียกว่าเป็นยุคสุดยอดเลยก็ว่าได้ เพราะสมาชิกของวงในปัจจุบันต่างก็ประสบความสำเร็จในชั้นแถวหน้าของวงดนตรีร็อกของญี่ปุ่น ทั้งหมดนี้ครั้งหนึ่ง Hide เคยได้บอกไว้ว่าหากครั้งนี้เกิดจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงสมาชิกอีกครั้งก็จะขอยุบวงนี้ไปเลย และแล้วเมื่อมือกลองของวงขอลาออก ทำให้ Hide จึงยุบวง Saver Tiger ไปโดยปริยาย

ในเมื่อตัวของเขาเองนั้นไม่ได้เรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยแล้วอีกทั้งวงก็ยุบตัว เขาเลยตัดสินใจไปทำงานเป็นช่างตัดผมกับที่บ้าน และขณะเดียวกันแกนนำหลักของวง X อย่าง Yoshiki ผู้ที่มักแวะเวียนมาดู Hide เล่นอยู่บ่อยๆ ก็ได้ชวน Hide เข้าร่วมกับวง ซึ่งตัวเขาเองก็ยังไม่ได้ตัดสินใจทันทีเพราะสาเหตุหนึ่งก็คือว่ามีหลายคนพูดถึงวง X ในแง่ไม่ดีเยอะมากเช่นเวลาวงเกิดอาการเมาแล้วมักจะชอบมีเรื่องทะเลาะวิวาทอยู่เป็นประจำเป็นต้นแต่สุดท้ายด้วยความที่อยากเล่นดนตรีซะมากกว่า เขาจึงตัดสินใจตกลงที่จะร่วมเล่นกับวง X

และแล้วเมื่อทุกอย่างลงตัวสมาชิกทั้ง ห้าไม่ว่าจะเป็น Yoshiki เล่นกลองและเปียโน Toshi ร้องนำ Taiji เบส Pata กีต้าร์ และ Hide กีต้าร์ พวกเขาก็เริ่มต้นเดินหน้าลุยในเรื่องของการทำเพลงและสุดท้ายเมื่อ Yoshiki ตัดสินใจที่จะก่อตั้งค่ายเพลงเป็นของตัวเองในนามว่า Ectazy Record ดังนั้นวงแรกที่อยู่ในสังกัดก็คือวง X นั่นเอง อัลบัมชุดแรกที่ออกมาให้ฟังกันก็คือ Vanishing Vision ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความแรงของแนวเพลง Melodic Metal อีกทั้งมีการนำเอาสไตล์คลาสสิคเข้ามาใช้ด้วย ตามมาด้วย Blue Blood และอัลบัมที่ต้องยกย่องให้เป็นอัลบัมแห่งประวัติศาสตร์ของวงเลยก็คือ Jealousy และแล้วก็เกิดเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นก็คือเมื่อ Taiji มือเบสของวงประกาศขอลาออกโดยไม่บอกสาเหตุและเขาจะออกเมื่อหลังจากสิ้นสุดทัวร์ครั้งสุดท้ายที่ Tokyo Dome

ช่วงเวลานี้เองทำให้ทางวงต่างก็ต้องหามือเบสคนใหม่เข้ามาแทน จึงเป็นโอกาสอันดีที่สมาชิกวงต่างก็เริ่มมีเวลามากขึ้น แต่ละคนก็แยกย้ายกันไปออกงานเดี่ยวของตน และแล้วอัลบัมอีกชุดที่ต้องยกให้เป็นอัลบัมที่ยอดเยี่ยมอีกชุดภายใต้ความคิดของ Hide ล้วนๆก็ออกมาให้เราได้ฟังกันโดยชื่อว่า Hide Your Face งานชุดนี้เปรียบเสมือนกับเป็นงานทดลองซะมากกว่าเพราะมีแนวเพลงให้ฟังหลายแนวไม่ว่าจะเป็นป็อป, เฮวี่,ฮาร์ดร็อค,โซล,ฟั้งค์ยันอินดัสเทรียล และแล้ว X ก็ได้มือเบสคนใหม่นั้นคือ Heath ซึ่งเป็นมือเบสจากวงรุ่นน้อง พร้อมทั้ง Yoshiki ประกาศเปลี่ยนชื่อวงเป็น X – Japan อันเนื่องมาจากมีวงจากอเมริกาใช้ชื่อวง X เช่นกันและแล้วอัลบัมต่อมาของวงออกมาให้ฟังกันนั้นคือ Art Of Life เป็นอัลบัมที่ช็อคคนฟังเป็นอย่างยิ่งเนื่องจากความยาวของเพลงร่วมครึ่งชั่วโมงทั้งยังสมบูรณ์แบบไปด้วยความหนักของเฮวี่และความหวานของออเคสตร้าและเนื้อเพลงก็เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด ในขณะเดียวกัน Hide ก็ได้ออกผลงานชุดที่สองออกมา Psyence ครั้งนี้งานเพลงเริ่มหนักขึ้นหลายเพลงแฝงไว้ถึงความเป็นอินดัสเทรียลมากขึ้นแต่ก็ยังมีเพลงสนุกๆให้ฟังกันอยู่ งานเดียวทั้งสองชุดนั้นเขายังดึงเอา Pata เข้ามาร่วมเล่นในยามทัวร์คอนเสริตอีกด้วย และอัลบัมชุดต่อมาของ X ก็ออกมาให้ฟังกันนั้นคือ Dahlia อัลบัมชุดนี้หากใครสังเกตุก็จะพบว่าวงได้เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด ความหนักของเพลงเริ่มหายไปกลายเป็นเพลงช้าที่เพิ่มมากขึ้น และแล้วสิ่งร้ายแรงก็เกิดขึ้นเมื่อทางวงประกาศยุบวงและจะมีคอนเสริตเป็นครั้งสุดท้าย เหุตผลก็คือว่า Toshi ขอลาออก โดยที่ Toshi ได้บอกว่าเขาอยากจะไปทำงานเพลงที่อยากจะทำและอีกนัยคือเริ่มรู้สึกเบื่อ เช่นกันกับวงหากต้องขาดใครซักคนก็ขอยุบวงซะดีกว่า และสมาชิกที่เหลือก็เริ่มออกอัลบัมโซโล่อีกครั้ง Hide ก็เริ่มหันมาดูค่ายเพลงของตัวเองมากขึ้นที่ใช้ชื่อว่า Lemonded และก็ได้รวบรวมสมาชิกจากครั้งที่เคยเล่นเป็นแบ็คอัพในงานเดี่ยวของเขามาตั้งวงใหม่ในนามว่า Spread Breaver และต่อมาก็ได้ร่วมงานกับนักดนตรีชาวอเมริกันโดยทำเพลงออกมาแนวอินดัสเทรียลเนื้อเป็นภาษาอังกฤษล้วนๆและใช้ชื่อวงว่า Zilch ในขณะที่มุมหนึ่งที่ X เองก็มีกระแสว่าจะกลับมารวมตัวกันอีกครั้งในปี 2000 แต่แล้วโลกก็ต้องสูญเสียมือกีต้าร์ที่ยอดเยี่ยมอีกคนไปตลอดกาล เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคมปี 1998 ได้มีการพบศพโดยทราบชื่อภายหลังว่า Hideto Mutsumoto หรือ Hide นั้นเองโดยที่เขาได้แขวนคอตายกับลูกบิดประตูอีกทั้งปริมาณแอลกอฮอลล์ในเลือดก็ยังสูงกว่า 80 เปอร์เซ็นต์อีกด้วย หลายๆคนสันนิฐานว่าเกิดจากความเครียดบ้างก็ว่าเกิดจากการที่เขารักษาโรคด้วยวิธีนี้แต่สุดท้ายก็ลงความเห็นว่ามันเป็นอุบัติเหตุ ถึงกระนั้นก็ตามจนปัจจุบันก็ยังไม่มีใครทราบสาเหตุที่แท้จริงได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็ไม่เป็นการคุ้มเลยที่วง X จะได้มาซึ่งความดังและมีคนรู้จักไปทั่วโลกจากข่าวการสูญเสียเพื่อนรักไปหนึ่งคน งานศพของเขาได้จัดขึ้นอย่างสมศักดิ์ศรีของซุปเปอร์สตาร์แห่งร็อก งานเพลงต่างๆทั้งเก่าและใหม่และที่ยังทำไม่เสร็จต่างก็มีออกมาให้ฟังกัน รวมถึงอัลบัมทรีบิวจากเพื่อนๆและวงรุ่นน้องอีกด้วย แต่อย่างไรชื่อของเขาก็ยังคงจารึกไว้ในใจหลายๆคนอย่างแน่นอน

September 16

B.S.S. 2 ( Before the Star Shines part 2 )

          ด้วยความโง่และ noob ของ Eig รถลีมูซีนคันละสิบสองล้านซึ่งซื้อมานั่งแทน
BMW ซีรีย์ 7 เนื่องจากรถ BMW นั้นเป็นรถดาดๆ มีอยู่เกลื่อนกลาดทั่วท้องถนน
ไม่เห็นจะวิเศษตรงไหน แค่พอมีเงินนิดๆหน่อยๆก็ซื้อมานั่งเล่นได้แล้ว ก็ได้ชนเข้ากับ
รถตู้ลึกลับคันหนึ่ง ซึ่งติดฟิล์มดำขลับ ไม่อาจมองเห็นผู้โดยสารด้านในได้..........
 
" ขอโทษจริงๆครับคุณหนู !! ผมเพียงแค่อยากจะลองหลับตาขับรถดูเฉยๆครับ
   ไม่นึกว่าจะชน.............. "
 
" ไม่นึกว่าจะชนพ่อเมิงสิ !! แล้วเมิงหลับตาขับทำเยี่ยไรวะ !! "
 
" คุณหนูครับ ......... การขับรถหนะ เราต้องขับตามเท้าพาไปนะครับ..............
  แล้วใช้หัวใจสัมผัสเส้นทางเอา.............. "
 
" เท้าพาไปพ่อเมิงสิ !! เดี๋ยวกุจะพาเท้ากุไปวางอยู่แถวๆปากเมิงเอามั๊ยหล่ะ !! "
 
" ครับๆ ผมผิดไปแล้วครับคุณหนู !! แล้วกลับไปคฤหาสน์แล้วผมจะเก็บขี้หมาให้
  หมดสนามเป็นการไถ่โทษครับ ............"
 
" ต่อให้เมิงคว้านท้อง รถกุก็ไม่ได้หายยับหรอก ..................
  แล้วกุจะคิดโทษทัณฑ์ที่เหมาะสมกับเมิงให้ทีหลัง..............
  ตอนนี้ลงไปตกลงกับคู่กรณีก่อน ว่าจะเอายังไง............... "
 
" ครับๆๆ ............ " Eig เสียวแค่เรื่องที่จะโดนตัดไข่เท่านั้นแหละ  !!
 
          ทางด้านรถตู้ที่เป็นคู่กรณีก็คงคิดแบบเดียวกัน ทั้งคนขับและผู้โดยสาร พากัน
ทยอยลงจากรถ  แต่มีอะไรบางอย่างที่ไม่ชอบมาพากล.............  ผู้โดยสารด้านหลัง
จำนวน 5 คน ล้วนแต่งชุดหนังสีดำขลับ ทำผมทรงชี้ๆ สีแปลกๆ แต่งหน้าคล้ายกับจะไป
เล่นงิ้ว ช่างแลดูประหลาดยิ่งนัก .......... ชายพวกนี้เป็นใครกันแน่ !!
 
" กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด  !!  นั่น......นั่นมัน  JIWA  !! "  ไทยมุงคนหนึ่งได้ร้องโวยวาย
 
" หา !! นั่นมัน JIWA จริงๆด้วย !!
 
" โอ้ JIWA !!  เท่จังเลย ขอถ่ายรูปหน่อย !! "
 
          อยู่ๆไทยมุงที่เพียงแค่มุงดูเหตุกาณ์อยู่ตามปกติก็เกิดคลุ้มคลั่งจนแทบจะเป็น
การจลาจล !! ตำรวจถึงกับต้องยกกำลังมาต้านทานไว้และวางรั้ว เพื่อป้องกันไม่ให้ฝูงชน
ทะลักเข้าสู่ที่เกิดเหตุ ถึงแม้ว่า Eig  จะ Uneducated เพียงใด แต่เมื่อเกิดเหตุโกลาหล
ขึ้นเช่นนี้ ก็ต้องรู้ว่าคู่กรณีนั้น ไม่ได้เป็นคนธรรมดาๆ !!
 
" พวกเมิงเป็นใครวะ !! ทำไมมีคนกรี๊ดเยอะจัง ?? " Eig ถามด้วยความสงสัยถึงขีดสุด
 
" พวกกุคือ JIWA เป็นวง J-Rock ที่โด่งดังที่สุดในเอเชียตอนนี้ !! เมิงนี่มันช่าง
  Uneducated จริงๆ !! ไม่รู้จักพวกกุเลยจริงหรือ ?? "  ชายคนหนึ่งในจำนวน 5 คน
  ได้ตอบด้วยน้ำเสียงกวนส้นตรีนนัก
 
" J-Rock ห่าไร ลาวหว่ะ !! ไอ่ชุดรัดรูปและผมทรงทุเรียนของเมิงนี่ เห็นแล้วมันช่าง
  จัญไรจริงๆ !! กุกำลังจะรีบกลับบ้านไปเก็บขี้หมาในสนาม เสรือกต้องมาเสียเวลา
  ไร้สาระกับพวกเมิงอีก เซ็งสุดๆไปเลยหว่ะ "  Eig ทำการเห่าออกไป
 
" ที่เสียเวลาหน่ะมันพวกกุต่างหาก !! พวกกุกำลังทัวร์คอนเสิร์ตในอเมริกาอยู่
   และนี่พวกกุกำลังเดินทางไปเพื่อขึ้นเวทีภายใน 45 นาทีนี้แล้ว ทำไมต้องมา
  เสียเวลากับคนเก็บขี้หมาอย่างเมิงด้วยวะ ?? ตอนนี้พวกกุรีบสุดๆ "
 
" กำลังรีบงั้นเรอะ ?? หึหึ ดีมาก........... ลูกผู้ชายทำอะไรไม่เยิ่นเย้อ.........
  จงมาดวลเบียร์กับกุเดี๋ยวนี้ ใครแพ้ เป็นฝ่ายผิดในคดีนี้ ตกลงไหมไอ่หน้าตุ๊ด ?? "
  Eig ท้าออกไปอย่างมันใจในความคอแข็ง
 
" โอ้ ไอ่หน้าหนอนอย่างเมิงคงไม่อึดเท่าไหร่หรอก เอางี้ เมิงกินแก้วนึงกุกินสองแก้ว
  แล้วกัน !! ตกลงไหม ?? "  JIWA รับคำท้าอย่างไม่ยี่หระ
 
" แล้วเมิงจะเสียใจ หึหึ............. งั้นเรามารีบจัดการให้จบๆไปเหอะ อยากเห็น
  ดาราเมากลิ้งกลางถนนหว่ะ หึหึ ............ "
 
         หลังจากที่ JIWA หมดเบียร์ไป 1 ขวด ซึ่งก็หมายความว่า Eig เพิ่งแดกไปได้
เพียงครึ่งขวดเท่านั้น !! ก็มีคนเมา.................
 
" 5555 เรียกกุว่าศูนย์หน้าแห่งปราสาทพนมรุ้ง !! กุจะแสดงท่าไม้ตายสูงสุด
  ไทเกอร์โอเวอร์เฮดคิก หรือลูกเตะพยัคฆ์ม้วนหลัง ที่กุคิดค้นขึ้นที่กัมพูชา ให้ไอ่พวก
  หน้าโง่อย่างพวกเมิงได้รับ ชม..........  โอ๊วววววววววววววว !! "
 
          Eig ได้ทำการกระโดดโอเวอร์เฮดคิกแบบไม่ครบรอบ ผลลัพธ์ที่ตามมาคือ
ศรีษะซึ่งไม่มีสมองบรรจุอยู่ข้างในของ Eig ได้ฟาดลงกับพื้นคอนกรีตอย่างจัง !!
ทั้งที่จริงปล่อยไว้เฉยๆ Eig ก็เมาหลับไปแล้ว แต่เขาเลือกที่จะหลับแบบเจ็บตัว
 
" หึ............. ช่างเสียเวลาอย่างไร้สาระจริง กุว่าแล้วว่าต้องเป็นแบบนี้
  แล้วทีนี้ก็ตกลงว่าเมิงเป็นฝ่ายผิดใช่ไหม ไอ่หนู " เนื่องจาก Eig สลบไปแล้ว
  JIWA จึงหันไปถาม HaZe แทน
 
" เมื่อกี้ แกเรียกข้าว่าไอ่หนูงั้นรึ ?? " HaZe ไม่เคยตกเป็นเบี้ยล่างของใครมาก่อนไม่พอ ใจกับคำพูดของ JIWA
 
" ก็ใช่หน่ะสิ !! เมิงมันแค่เด็กหน้าโง่ธรรมดาๆ ไอ่หน้าหนอนนี่แพ้ไปแล้ว เมิงต้องชดใช้
  ค่าเสียหายทั้งหมดมา เด็กๆอย่างเมิงอะ ไว้ขน มอย ขึ้นแล้วค่อยมาต่อปากต่อคำ
  กับกุ !! " JIWA โพล่งออกไปอย่างไม่พอใจ
 
" หาว่าข้า ขน มอย ไม่ขึ้นงั้นรึ .............. ปากแบบนี้ระวังโดนตีนไว้หน่อยนะ ...."
 
" 555 เด็กๆอย่างเมิงอะนะ ริจะมีเรื่องกับคนอื่นแล้ว ?? ปากดีอย่างนี้ต้องสั่งสอน
 เสียหน่อยแล้ว หึหึ เข้ามาเลยไอ่หนู !! แล้วกุจะสอนให้รู้ว่า เด็กกับผู้ใหญ่หน่ะ
  กระดูกมันคนละเบอร์กัน !! "
 
          JIWA คนนั้นก็ย่างเท้าเข้ามาหา HaZe โดยไม่รู้กว่าเขานั้นกำลังเล่นกับ
ชายผู้ผ่านการฝึกศิลปะป้องกันตัวมาหลายแขนง เนื่องจากบิดาของ HaZe นั้นได้
ว่าจ้างผู้มีวรยุทธ์จากมณฑลต่างๆในจีนมาฝึกวิชาให้ เหมือนกันกับที่ ฮ่องเต้น้อย
ในราชสำนัก ต้องฝึกวิทยายุทธ์ต่างๆตั้งแต่เด็ก เพื่อเป็นของประดับกาย........
 
" ผลัวะ !! อั้กกกกกกกกก  !! "  ทันทีที่ JIWA ก้าวเข้ามาในระยะสามก้าวสุดท้าย
ซึ่งเป็นรัศมีจู่โจมของ เทพวิชา  ฝ่ามือทรายเหล็ก !!  ร่างของเขาก็ลอยดุจไร้น้ำหนัก
กระเด็นไปด้านหลังเป็นระยะสิบก้าว..............
 
" PAT !! เกิดอะไรขึ้น ?? "  พวก JIWA ที่เหลือเข้ามาดูอาการเพื่อน และดูไม่ทันว่า
  เมื่อครู่เกิดอะไรขึ้น เนื่องจาก ฝ่ามือทรายเหล็กนั้น เป็นเพลงฝ่ามือที่มีความรวดเร็ว
  เป็นอันดับต้นๆของยุทธภพ หากเทียบกับเพลงฝ่ามือด้วยกัน
 
" เมิงบังอาจทำร้ายเพื่อนกุ อย่านึกนะ ว่าเมิงจะรอดออกไปจากที่นี่ได้ง่ายๆ !! "
  พวก JIWA ที่ตะโกนอย่างเดือดดาลที่เห็นเพื่อนรัก ถูกซัดลงไปกองง่ายๆ
 
" แค่มองหน้าแล้วเห่าใส่หน่ะ ไม่ทำให้คิ้วข้าแตกได้หรอก...............
  เข้ามาทีละสองคนเลยดีกว่า ไอ่พวกสวะ !! "  HaZe ท้าทาย
 
          JIWA ทั้งสองปรี่เข้ามาเกือบจะพร้อมๆกัน พร้อมกับไม้หน้าสาม !! ทันทีที่
เข้าระยะสามก้าวสุดท้าย ฝ่ามือทรายเหล็ก !!  ก็สำแดงอานุภาพอีกครั้ง !! ศัตรูปลิว
ไปดุจไร้น้ำหนักเลยทีเดียว.......... หากทว่าคราวนี้ ศัตรูที่กร้ำกรายเข้ามา ในรัศมี
สามก้าว มีด้วยกันถึงสองคน  !!  ฝ่ามือทรายเหล็กนั้น ถูกคิดค้นขึ้นโดย หวง ยี่ หลาง
ซึ่งเป็นองครักษ์ ของ จิ๋นซี ฮ่องเต้ ฝ่ามือนี้ทรงอานุภาพขนาดที่ว่า คราวที่ประตูใหญ่
ของราชวังเกิดกลไกขัดข้องขึ้น ไม่สามารถเปิดได้ แม้เหล่าทหารจะนำไม้ซุงขนาด
แปดหลาซ้อนกันสามท่อนแล้วกระแทกออก ก็ไม่สามารถเปิดประตูได้ แต่องครักษ์
ผู้นี้สามารถ ทลายประตูกลไกนี้ออกได้ในฝ่ามือเดียว !!  หากทว่า .....เขาก็ไม่ได้รับ
การประเมินค่าให้เป็นองครักษ์ที่เก่งกาจที่สุดเนื่องจาก เพลงฝ่ามือนี้ ใช้พลังวัตร
มหาศาลในการสำแดงอานุภาพ จึงไม่สามารถใช้ติดต่อกันได้เกินหนึ่งครั้ง ต้องทำการ
ชาร์จพลังก่อนซัก 2-3 นาที จึงจะสามารถแสดงกระบวนท่าได้ใหม่  HaZe จึงไม่สามารถ
จู่โจม JIWA อีกคน ได้ท่วงทัน ถึงจะเจ็บใจที่ไม่สามารถทำอะไรได้ แต่ก็จำเป็นต้อง
หลบฉาก...............
 
" หนอย !! คราวนี้เมิงหลบไม่พ้นแน่ สมัยกุเรียนช่างกลหน่ะ ไม้หน้าสามอันนี้เคย
  แยก กระบาล คนมา 99 คนแล้ว !! ตอนนี้ มันกำลังโหยหาเลือดของคนที่
  100 อยู่หว่ะ !! หึหึ............ จงมอบศรีษะมาเดี๋ยววววววววววววววว  นี้ !! "
  
          พอสิ้นประโยค JIWA คนดังกล่าวก็ทะยานขึ้นฟ้า หมายจะฟาดไม้หน้าสาม
คู่ใจเพื่อแยก กระบาล ของคู่ต่อสู้ให้แบะภายในอึดใจเดียว !! หารู้ไม่...............
ว่าการลอยตัวครั้งนี้ของเขานั้น ทำมุมองศา ที่ เพลงเตะ มังกรเขียวออกศึก !! 
กระบวนท่าที่ หก ของ  สิบแปดเพลงเตะพิชิตมังกร !!  นั้นจะเปล่งอานุภาพได้สูงสุด
HaZe ไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดลอยไป เพลงเตะ มังกรเขียวออกศึก  ถูกสะบัดออก
จากเท้าซ้าย เข้ากลางยอดอกของ JIWA !!
 
" อ๊อยยยยยยยยย  !! เจ็บโว่ยยยยยยยยยยยยย !! "  JIWA ที่โดนเพลงเตะสอยกลาง
อากาศ โอดครวญ หลัง หล่นลงบนพื้น ดัง ดึ้บ
 
" พวกเศษสวะหน่ะ ต้านข้าได้ไม่กี่น้ำหรอก จงภูมิใจที่เจ้าได้สัมผัสกระบวนท่าอัน
  ร้ายกาจนี้ด้วยตนเอง.............. แล้วไอ่สองคนที่เหลือหน่ะ จะเอายังไง ?? "
 
          โดยไม่มีใครคาดคิด JIWA ที่เหลืออยู่สองคน  หนึ่งในนั้นได้ชักปืนออกมา
แล้วสาดกระสุนใส่ HaZe ทันที !! สาเหตุหนึ่งที่วรยุทธ์จีนสูญสิ้น ไร้ผู้สืบทอดนั้น
เนื่องมาจากสงครามเริ่มเข้าสู่ยุคของ ปืน และ เรือดำ ( เรือรบ ) ต่อให้เป็นเพลง
ฝ่ามือที่รวดเร็วทรงพลังแค่ไหน ก็ไม่อาจปัดป้อง คมกระสุน ได้ ..............
โดยไม่อาจหลีกเลี่ยง กระสุนจำนวนสองสามนัดได้ปะทะเข้ากับร่างกายของ HaZe
อย่างจัง !!  แต่หากทว่า........
 
" ทำไมตอนยิงโดนเสียงมันถึง คล้ายๆโลหะกระทบกันวะ !! หรือว่า........... "
 
         ยังไม่สิ้นประโยค ........... มีดสั้นขนาด หกนิ้ว เจ็ดหุน ถูกซัดมาปะทะส่วน
ที่เป็นลูกโม่ของปืนจนกระสุน ระเบิดคารังเพลิงทันที !! มือของ JIWA คนนั้น
แหกทันทีพอๆ กับที่ปืนระเบิด................
 
"  อ๊ากกกกกกกกกกกกกกก  !!  นี่........ นี่มันอะไรกัน !! "
 
          คำถามมากมายผุดขึ้นในหัวของ JIWA แต่แล้วปริศนาทั้งหมดก็ไขกระจ่าง
HaZe เผยด้านในของเสื้อนอกให้เห็น มันเป็นซองเก็บมีด !!  มีดจำนวนมากมาย
ถูกเสียบไว้ในแต่ละซองจนเต็มเสื้อ !! การที่กระสุนปืนจะทะลุผ่านมีดพวกนั้นเข้าถึง
ตัว คงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากส์....................
 
" มีดของข้านั้น ร่อนไปไร้เงา หากฟันทั้งคนทั้งม้า ก็ขาดกลางทั้งม้าทั้งคน.............
  เป็นคราวเคราะห์ของเจ้าแล้ว ที่ต้องมาพบกับอาวุธซัดที่ดุดันที่สุดในใต้หล้า........ "
 
" ฟันทั้งคนทั้งม้า ขาดกลางทั้งม้าทั้งคน........... หรือ.........หรือว่า ................
  มีดชุดนั้นคือ  มีดสั้นล่าวิญญาณ  งั้นหรือ !! "
 
          HaZe ซัดมีดออกมาอีกเล่มแทนคำตอบ !! มีดซัดนี้สะท้อนแสงสีเงินสวยงาม
ถูกร่อนอย่างรวดเร็วมองเห็นเป็นลำแสงพุ่งเข้าสู่เป้าหมาย เนื่องจากเวลาที่ มีดร่อน
ออกจากมือ และเวลาที่มีดจมลึกลงในตัวของผู้ที่เป็นเป้านั้น แทบไม่ได้ต่างกัน จึง
ว่ากันว่าไม่เคยมีใครหลบมีดนี้พ้น หากซัดออกมาต้องเข้าเป้าทุกครั้ง !! แต่ไม่มีวรยุทธ์
ใดในใต้หล้าที่สมบูรณ์แบบหรอก !!
 
" อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก  !! " เสียงโหยหวนของ JIWA คนเดียวกับที่มือแหก คิดว่าคราวนี้ ตัวเองไม่รอดแน่แล้ว โดยไม่ทันมองว่า มีดนั้นไม่ได้ฝังลงในร่างของตน
 
" หยุดร้องได้แล้ว !! เมิงนี่มันน่าสมเพชนัก !! " JIWA คนสุดท้ายตวาดเพื่อนตัวเอง นิ้วชี้กับนิ้วกลางของเขาคีบใบมีดไว้ห่างจากหน้าเพื่อนของตนไม่ถึงสองเซนต์ ชายผู้นี้สามารถ หยุด  มีดสั้นล่าวิญญาณ  ได้ !!
 
"  ......................  !! "  ความตกใจของ HaZe ไม่สามารถบรรยายเป็นคำพูดได้
 เขาไม่นึกเลยว่ามีดของเขาจะถูกหยุดได้โดย ชายที่ทำผมสีอุบาทว์ ใส่ชุดหนังรัดติ้ว
 จนเห็นร่องตูด และแต่งหน้าทาปากจนเหมือนกระเด้ย
 
" ........... ข้าเคยได้ยินกิตติศัพท์ของมีดสั้นล่าวิญญาณมาไม่น้อย ......... ว่ากันว่า
  เป็นอาวุธซัดที่รวดเร็วจนไม่สามารถหลบได้ ......... แต่หลบไม่ได้ ไม่ได้แปลว่าหยุด
  ไม่ได้  !! " JIWA คนสุดท้าย พูดอย่างเยือกเย็น ต่างกับสี่คนก่อน
 
" หรือว่า นิ้วคู่นั้น................ คือ ดรรชนีสัมพันธ์ใจ  งั้นหรือ !! "  กระบวนท่าเดียวที่
  สามารถหยุด มีดสั้นล่าวิญญาณ ได้ที่ HaZe นึกออก มีเพียงกระบวนท่าเดียว
 
" ถูกต้อง............. การเล่นเบสนั้น จำเป็นต้องมีนิ้วที่แข็งแกร่ง !! ข้าได้ฝึกฝนวิชานี้
  มาเป็นเวลา เจ็ดปี ข้าคือ ดรรชีสัมพันธ์ใจ รุ่นที่สิบเอ็ด !! "
 
" รุ่นที่สิบเอ็ด !!  งั้น....งั้น.......เจ้าก็คือ ........... !! " ความตกใจถึงขีดสุดครอบงำ HaZe
 
" ถูกต้อง..........ชื่อของข้าก็คือ .......... PANUSMOS  !! "
 
 
 
 
September 12

Before the star shines........ ก่อนที่ดวงดาวจะจรัสแสง !! ประวัติที่คุณไม่เคยรู้ของ HaZe !!

              HaZe หรือ ชื่อเต็มที่แทบไม่เคยมีใครรับรู้ว่า มา ฮา เซ ( MhaR - Ha - Ze )
superstar เชื้อชาติเกาหลี สัญชาติอเมริกัน ทายาทตระกูลนักธุรกิจใหญ่ ซึ่งเกิดและเติบโตชีวิตวัยเด็กมาใน L.A. เป็นเด็กที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างตระกูลผู้ดีทั่วๆไป เขาถูกคาดหวังให้เติบโต มาเป็นนักบริหารที่เก่งกาจเหมือนบิดาเพื่อ สืบทอดกิจการอสังหาริมทรัพย์มูลค่านับพันล้านไม่มีใครคาดหวังให้เขาแจ้งเกิดภายใต้แสงสปอร์ทไลท์ เขาถูกบังคับเคี่ยวเข็ญให้ร่ำเรียนอย่างหนักเพื่อให้เป็นนักบริหารชั้นนำ ความรู้ทางดนตรีที่ไม่มีใครคาดคิดว่า จะเป็นสิ่งที่พลิกผันชีวิตของเขาให้โลดแล่นไปตามจอภาพยนต์หรือแผ่นเสียงที่มียอดขายกว่า 50 ล้านแผ่น ก็เพียงแค่ การเรียนเปียโนตั้งแต่อายุ 7 ขวบ โดยบิดาของเขา ประสงค์เพียงแค่ เป็นสิ่งที่ลูกผู้ดีควรจะได้รับกัน...........................
 
              ในวัยเด็ก เขาถูกเลี้ยงดูมาอย่างประคบประหงม ได้รับสิ่งต่างๆที่ลูกคุณหนูทั่วๆไปพึงจะได้รับ ..........การออกงานสังคมตั้งแต่วัยเด็ก...........การได้เรียนในโรงเรียนคุณหนู.........การมีรถลีมูซีนไปรับไปส่งตลอดเวลา จนเขาไม่รู้แม้แต่ว่าการขึ้นรถประจำทาง หรือรถไฟ จะต้องเสียค่าตั๋ว.................. ชีวิตของเขาเป็นเช่นนี้เรื่อยมา จนอายุย่างสิบสามปี ขน มอย เพิ่งจะเริ่มงอกงาม ..............วันที่เป็นจุดพลิกผันชีวิตของเด็กน้อย
ก็ได้มาถึง !!!
 
               บ่ายวันอาทิตย์ที่แสนจะธรรมดา การเรียนพิเศษภาษาเยอรมันซึ่งบิดาประสงค์
จะให้เรียน ,เพื่อเป็นประโยชน์ต่ออนาคตนักธุรกิจอย่างเขา ให้สามารถติดต่อกับ ไอ่พวก หน้าโง่เมืองอุตสากรรมที่ทีมฟุตบอลประจำประเทศสุดแสนจะห่วย มาลงทุนในกิจการของ
ตระกูลให้ได้สูบเงินเล่น  .......... , ได้จบลง   รถลีมูซีนแปดประตูสีน้ำตาลเข้ม ซึ่งมาจอดรอไปรับไปส่งเจ้านายก็ได้แล่นออกจากฟุตบาท หลังจากที่เด็กน้อยผู้เหนื่อยล้าจากการเรียนพิเศษได้ขึ้นไปนั่งยังเบาะหลังแล้ว........... ระหว่างทางกลับบ้าน เด็กน้อย ก็ได้เพียงแค่มองผ่านกระจกรถออกไปชมทิวทัศน์ของเมืองอย่างเบื่อหน่าย  จนมาถึงโค้งรองสุดท้าย
ก่อนที่รถลีมูซีนจะแล่นเข้าสู่พื้นที่ของคฤหาสน์ มีสวนสาธารณะข้างถนน ซึ่ง มีกลุ่มเด็กวัยเดียวกันกับเขาจำนวน 7-8 คนจับกลุ่มเตะฟุตบอลกันอยู่อย่างสนุกสนาน...............
 
" การเตะฟุตบอลนี่มันสนุกขนาดนั้นเลยรึ ..................."
 
" อา............ คุณหนูพูดว่าอะไรนะครับ "    Pozeidon Eig หรือ Eig  คนขับรถที่ได้รับ การ  อัพเกรดมาจากคนทำสวนหมาดๆ ไม่ทันฟัง    
 
" ข้าถามว่าการเตะฟุตบอลนี่มันน่าสนุกขนาดนั้นเลย รึ ?? "
 
" โอ้ แน่นอนครับ คุณหนู !! สนุกสุดยอดเลยครับ ตอนที่ผมอยู่ที่กัมพูชาบ้านเกิด ผมเตะ บอลจนเหงื่อ ออก ตัวเหม็นเปรี้ยวทุกวันเลยนะครับ แล้วหลังจากเตะบอลเสร็จ ผมก็จะไปลงอ่างเป็นประจำเลยครับ เป็นชีวิตวัยรุ่นของคน Uneducated ของผมเลยทีเดียวนะครับ "
 
" ข้าถามแค่ว่าฟุตบอลมันสนุกหรือเปล่า ตอบแค่นั้นพอ ห้ามเยิ่นเย้อ !!  ไม่งั้นข้าจะเอาดวงตาของเจ้ามาทำเป็นที่ดับบุหรี่ !! เข้าใจใหม ?? "
 
" อ่า ......... ขอโทษครับคุณหนู ฟุตบอลเป็นกีฬาที่สนุกมากครับ อิอิ "
 
" แล้วไอ่ฟุตบอลเนี่ย มันสนุกกว่าการเรียนเปียโนรึเรียนภาษาเยอรมันรึปล่าว............"
 
" โอ้ ผมบอกแล้วไงครับคุณหนู ว่าผมเป็นพวก Uneducated หน่ะ !! 555 ผมไม่รู้หรอกครับ ว่าเรียนเปียโนหน่ะมันสนุกหรือเปล่า แต่ผมหน่ะเตะบอลเก่งมากๆ เลยนะครับคุณหนู อิอิ "
 
" ถ้าเมิงพูดนอกเรื่องอีกครั้ง กุจะตัดไข่เมิงไปสับแล้วเอาปนกับเนื้อให้หมาที่บ้านกุแดก
เข้าใจมั๊ย ?? ไอ่ห่า "
 
" ครับๆ ขออภัยครับ คุณหนู !! "  Eig ตอบกลับไปอย่างกลัวโดนตัดไข่............
 
" อืม เข้าใจแล้วสินะ ไอ่ Eig !! คราวนี้ตอบคำถามของข้ามาดีๆ............ "
 
" อืม.......... ผมก็ไม่รู้หรอกนะครับ ว่าจะพูดว่ายังไงดี......... เพราะผมก็ไม่เคยเรียนเปียโนมา แต่คุณหนูลองสังเกตุสีหน้าของเด็กๆ ที่กำลังเตะบอลอยู่นั่นสิครับ เค้ายิ้มแย้ม เบิกบาน ........ แต่ตอนที่คุณเรียนเปียโนหรือภาษาเยอรมันอยู่หน่ะ ผมไม่เห็นแม้เพียงเศษเสี้ยวของรอยยิ้มบนใบหน้าของคุณเลย............. "
 
".................... อืม ก็ จริง....................."
 
" ตอนอยู่กัมพูชา ผมใฝ่ฝันที่จะเป็นนักเตะจะเป็นนักเตะใน  กัมพูชาลีก  ด้วยนะครับ !!
การเป็นนักฟุตบอลหน่ะคือความใฝ่ฝันของผม !! ตอนเตะบอลในสนามนะครับ ตอนที่ผมวิ่งไล่ตามลูกฟุตบอลหน่ะ ผมรู้สึกเหมือนกำลังวิ่งไล่ตามความฝันของผมเลยหล่ะ !! "
 
" เมิงนึกว่าเมิงมีไข่สองข้าง ถูกตัดออกไปให้หมาแดกซักข้างคงไม่เป็นไรใช่มั๊ย ??
  เมิงนี่มัน Uneducate จริงๆ !! เวลากุไม่ถาม ห้ามเสรือก !! เข้าใจมั๊ย ?? "
 
" ครับๆ ขอโทษครับ คุณหนู !! "  Eig ตอบกลับไปด้วยความกลัวโดนตัดไข่มากๆ
 
                 เด็กน้อยก็ได้ครุ่นคิดว่า ที่ผ่านๆมา เขาไม่เคยมีรอยยิ้มเลย เขาสนุกกับเรื่อง
ที่ตัวเองต้องทำอยู่จริงหรือ ?? เขาพอใจกับชีวิตของเขาแล้วหรือ ?? มีเรื่องที่สนุกๆอย่างอื่น ที่เขาจะมีโอกาสได้ทำหรือไม่ ?? แล้วเขามีโอกาสที่จะมีความฝันเป็นของตัวเองได้หรือไม่..............................
 
" นี่ แล้วต้องทำยังไง ข้าถึงจะมีความฝันเป็นของตัวเองได้หล่ะ..................... "
 
 
                 ทันใดนั้น !! ด้วยความโง่ของ Eig รถลีมูซีนแปดประตูคันละสิบสองล้าน ก็ได้บวกเข้ากับ รถตู้คันหนึ่งอย่างจัง !!!!!!!!! 
September 08

HaZe 's Last live in Tokyo Dome.......

           คอนเสิร์ท ครั้งสุดท้ายที่โตเกียวโดม เป็นการสั่งลาวงการร๊อค โดยเจ้าตัวประกาศว่า
ถึงจุดอิ่มตัวในด้านนี้ เจ้าตัวทิ้งคำพูดปิดท้าย                                                         
 
                 "ลูกผู้ชาย ย่อมละจากสิ่งๆหนึ่ง เพื่อไปเริ่มสิ่งที่ท้าทายกว่า"
 
           โดยใน Last live in Tokyo Dome นี้ มีผู้จองบัตรเข้าชมอย่างคับคั่งกว่าสามหมื่นที่
ทำให้ฮอล ดูเล็กไปถนัดตา รวมถึงมีศิลปินดังอย่าง Cresendo และ Scrub เข้าร่วมแจม เพื่อ
ทวีความเมามัน เพื่อให้สมกับเป็น Last Live ซึ่งเป็นอนุสรณ์ในการอำลาวงการ ...........